N-SAVE.NET นวัตกรรมเพื่อเครื่องปรับอากาศ ประหยัดพลังงาน 30% พร้อมใส่ใจสิ่งแวดล้อม
จากการตระหนักรับรู้ถึงแนวโน้มในเรื่องของระบบไฟฟ้าและการใช้พลังงานภายในประเทศ ทั้งภาคอุตสาหกรรม รวมถึงส่วนของครัวเรือน ซึ่งมีทีท่าว่าจะเพิ่มสูงมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามปริมาณความต้องการของประชาชน ส่งผลทำให้พลังงานเรียกได้ว่าเป็นหัวใจสำคัญสำหรับการขับเคลื่อนเดินหน้าประเทศเลยทีเดียว บริษัท เอ๊าท์แบคซัพพลายอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จึงได้เล็งเห็นถึงแนวทางการพัฒนา ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อการผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิมและใช้กำลังไฟน้อยลง ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ผ่านรูปแบบการฉีกกฎเกณฑ์ลักษณะเดิม ๆ ของผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้าภาคอุตสาหกรรม โดยมุ่งสู่การเจริญเติบโตและเปลี่ยนแปลงธุรกิจ จนเกิดเป็นนวัตกรรมสำหรับใช้กับระบบเครื่องปรับอากาศ "N-SAVE.NET" ในมุมมองประหยัดพลังงาน จากการวิเคราะห์ตลาดและทราบว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุดทั้งในครัวเรือนและโรงงานอุตสาหกรรม คือ เครื่องปรับอากาศ นั่นเอง นวัตกรรมตัวนี้จึงมีมาเพื่อช่วยเหลืออุปกรณ์ไฟฟ้า ด้วยกรรมวิธีการสร้างม่านน้ำเย็นผ่านแผงความร้อนและกระจายความเย็นเข้าสู่คอมเพรสเซอร์ พร้อมช่วยลดรายจ่ายซึ่งสามารถเห็นผลได้ทันทีตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้งาน
นวัตกรรม "N-SAVE.NET" เป็นแนวความคิดที่ต้องการใช้พลังงานแบบคุ้มค่า และนำพลังงานที่สูญเสียไปกลับมากใช้ใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ในระบบของเครื่องปรับอากาศจะมีพลังงานส่วนหนึ่งหรือก็คือน้ำเย็นที่ถูกทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์ ซึ่งเกิดจากการคอนเด้นท์ของคอยล์เย็น อุปกรณ์ N-SAVE.NET จึงได้หยิบเอาคุณประโยชน์ในส่วนนี้มาพัฒนาต่อยอดและออกแบบให้สามารถใช้น้ำคอนเด้นท์แบบ 100% เพื่อช่วยระบายความร้อนในระบบปรับอากาศ ซึ่งจะเสริมศักยภาพให้กับแอร์ที่มีคอยล์ร้อนและคอยล์เย็นแยกออกจากกัน นอกจากนี้ตัวผลิตภัณฑ์ยังไม่มีการสะสมของฝุ่นละออง จากรูปแบบโครงสร้างที่ลมสามารถไหลผ่านได้อย่างง่ายดาย สะดวกสบายตัดปัญหาเรื่องสิ่งอุดตันไปได้เลย เพราะบริษัทเป็นทั้งผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายสินค้าเอง ทำให้สามารถควบคุมคุณภาพของสินค้าได้ โดยโรงงานผลิตยังผ่านการรองรับมาตรฐาน ISO 9001 อีกด้วย อย่างไรก็ตามสินค้าประหยัดพลังงานสำหรับเครื่องปรับอากาศนี้ ได้มีการทดลองแล้วว่าไม่มีผลกระทบต่อเครื่องปรับอากาศ รวมถึงสามารถใช้งานได้กับเครื่องปรับอากาศเก่าที่ผ่านการใช้งานมาอย่างยาวนานแล้ว พร้อมกันนั้นทางบริษัทยังได้มีการกำหนดมาตรฐานการให้บริการ ทั้งก่อนการขาย ระหว่างการขาย และหลังการขาย ด้วยการดำเนินงานสำรวจตรวจสอบองค์ประกอบพื้นที่การติดตั้งเครื่องปรับอากาศและอุปกรณ์ N-SAVE.NET จากการคำนวณขนาดของห้อง และประเมินปริมาณค่า BTU เพื่อความเหมาะสมสำหรับการประหยัดพลังงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมแนะนำผู้บริโภคและมอบข้อมูลความรู้ความเข้าใจในการใช้งานเครื่องปรับอากาศภายในบ้าน ทั้งก่อนและหลังการติดตั้ง เพื่อแสดงผลลัพธ์ที่แตกต่างและตอบโจทย์ได้จริงจากจุดคุ้มทุนภายในระยะเวลา 1 ปี นอกจากนี้ด้วยความใส่ใจในทุกรายละเอียดของการตรวจเช็คอุปกรณ์ ทางบริษัทจะส่งช่างผู้ชำนาญไปตรวจคุณภาพสินค้าในทุก 4-6 เดือน เพราะเล็งเห็นถึงการให้บริการเป็นสำคัญ เพื่อความมั่นใจของผู้บริโภค
โดย คุณธานินทร์ โสรัต กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ๊าท์แบคซัพพลายอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เผยว่า"ส่วนประกอบของนวัตกรรม N-SAVE.NET นั้น ทำจากเหล็กซึ่งได้มีการพ่นสีกันสนิม ส่งผลทำให้ทนทานต่อแสงแดด ฝน และลมเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ตัววัสดุที่ใช้ส่วนใหญ่ทั้งพลาสติกและเหล็ก ยังสามารถนำมารีไซเคิลได้ โดยมีอายุการใช้งานเทียบเท่ากับคอมเพรสเซอร์แอร์ สะดวกสบายบำรุงรักษาง่าย ไม่ยุ่งยากซับซ่อนแต่อย่างใด ที่รับรองว่าไม่สร้างมลพิษต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแน่นอน โดยหลักการทำงานอาศัยปัจจัยที่จะทำให้อากาศมีอุณหภูมิลดลง คอมเพรสเซอร์ทำงานน้อยจึงการประหยัดพลังงานมากขึ้นและมีประสิทธิภาพ ซึ่งอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน N-SAVE.NET จะสร้างม่านน้ำเย็นเพื่อลดอุณหภูมิของอากาศก่อนเข้าคอมเพรสเซอร์ โดยอากาศสภาวะปกติทั่วไปเฉลี่ยประมาณ 32-37 °C พอผ่านแผงระบายความร้อนของคอยล์ร้อนอากาศที่ปล่อยออกมาบริเวณพัดลมจะอยู่ที่ 40-46 °C แต่ N-SAVE.NET เป็นอุปกรณ์ที่อยู่ข้างหน้าคอมเพรสเซอร์ซึ่งจะช่วยลดอุณหภูมิของอากาศขาเข้าจากเดิม 32-37 °C ให้ลดลงมาเหลือ 26-29 °C เป็นการสร้างความเย็นที่ต่างกันถึง 8 °C เสริมให้คอมเพรสเซอร์ทำงานได้ดีขึ้น ลมร้อนที่เป่าออกมาก็จะอยู่ที่ประมาณ 36-40 °C เท่านั้น ทำให้เกิดการประหยัดพลังงาน 20-40% เลยทีเดียว และเครื่องปรับอากาศจะเย็นไวขึ้นกว่าเดิมไปพร้อม ๆ กัน" ทั้งนี้ N-SAVE.NET รองรับการใช้งานกับเครื่องปรับอากาศตั้งแต่ขนาด 9,000-60,000 BTU จากราคาเริ่มต้นที่ 6,900 บาท ในรุ่น N4S-12000 อย่างไรก็ดีทิศทางในอนาคตสำหรับบริษัทจะยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าต่อไปในการพัฒนาอุปกรณ์ประหยัดพลังงานให้เพิ่มมากยิ่งขึ้นไปอีก ทั้งครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรม โดยสินค้าที่นำมาจำหน่ายจะผ่านการดูแลคุณภาพและตรวจประสิทธิภาพตามมาตรฐานที่่ทางบริษัทได้กำหนดเอาไว้อีกด้วย
ที่มา: energysavingmedia.com วันที่ 14 กรกฎาคม 2559
http://www.energysavingmedia.com/news/page.php?a=10&n;=14&cno;=8941
