ความหมายของการเพิ่มผลผลิต Productivity
โดย อาจารย์มนัสวี ธาดาสีห์ ตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท แมกซิมัม โปรดักติวิตี้ คอนซัลแตนท์ จำกัด ได้ ให้ความหมายของ Productivity ว่า ผลผลิตเป็นอัตราส่วนของผลิตผล (Output) และปัจจัยการผลิต (Input) ซึ่งผล ผลิตก็จะหมายถึงผลิตได้มากกว่า หรือใช้ปัจจัยการผลิตน้อยกว่าเดิม หรือการได้มาซึ่งคุณภาพดีกว่า บริการรวดเร็วกว่า ประสิทธิภาพสูง ต้นทุนต่ำกว่าและสามารถแข่งขันได้ ซึ่งคำจำกัดความดังกล่าวค่อนข้างแคบ ในประเทศญี่ปุ่นมองว่าการเพิ่มผลผลิตเป็นเรื่องของทัศนคติ (Attitude of Mind) เป็นพลังความเชื่อที่ว่ามนุษย์เราสามารถทำสิ่งต่างๆ ในวันนี้ให้ดีกว่าเมื่อวานนี้ และพรุ่งนี้ก็จะดีกว่าวันนี้ เป็นความตั้งใจที่จะปรับปรุงสถานการณ์ปัจจุบันไม่ว่าจะดีอยู่แล้ว หรือไม่ก็ตามให้ดีขึ้น เป็นความพยายามอย่างต่อเนื่องที่จะหาทางใช้เทคนิควิธีการใหม่ๆ เพื่อปรับสภาพเศรษฐกิจสังคมให้ดีขึ้น
เรา สามารถอธิบายเรื่องการเพิ่มผลผลิตได้หลายๆ วิธี แต่ท้ายที่สุดก็คือ พวกเราแต่ละคนต้องทำทุกสิ่งทุกอย่างให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทุกคนต้องทำการเพิ่มผลผลิต เพราะการเพิ่มผลผลิตเป็นเรื่องของทุกคน นายจ้าง ลูกจ้าง หัวหน้างาน ผู้บริหาร พนักงาน ข้าราชการ ตลอดจนนักเรียน นักศึกษา ซึ่งจะเป็นแรงงานในวันข้างหน้า ถ้าทุกคนเพิ่มความพยายามเป็นพิเศษในการปรับปรุงและเพิ่มผลผลิต ประเทศชาติก็จะก้าวหน้า
ความจำเป็นในการเพิ่มผลผลิต
อาจารย์มนัสวี ได้ กล่าวถึงความจำเป็นการปรับปรุงการเพิ่มผลผลิต ว่าไม่ใช่เป้าหมายในตัวของมันเอง แต่เป็นวิถีทางที่จะนำไปสู่เป้าหมาย นั่นก็คือ การยกระดับมาตรฐานการครองชีพและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และปรับปรุงสวัสดิภาพของประชาชน ในยามเศรษฐกิจดี การเพิ่มผลผลิตจะเป็นวิถีทางที่จะทำให้ทุกคนได้ผลตอบแทนหรือค่าจ้างดีขึ้น และในยามเศรษฐกิจตกต่ำ การเพิ่มผลผลิตจะเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้บริษัททั้งหลายอยู่รอด และสู้กับคู่แข่งขันได้ สามารถลดต้นทุน และรักษาระดับการจ้างงานไว้โดยไม่ต้องปลดคนงานออก
ใน โลกการแข่งขันปัจจุบัน บริษัทที่สามารถบริหารธุรกิจของตนอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถใช้เทคโนโลยีและทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ก็จะสามารถยืนหยัดอยู่ในจุดที่สู้กับคู่แข่งขัน และคงรักษาสภาพนี้ไว้ได้ จำเป็นต้องปรับปรุงการเพิ่มผลผลิตอย่างต่อเนื่อง ด้วยเหตุนี้ การเพิ่มผลผลิตจึงไม่ใช่เรื่องที่จะรณรงค์กันเป็นชั่วครั้งชั่วคราวเป็น แฟชั่น แต่เป็นวิถีชีวิตของเรา
สำหรับเกณฑ์การแข่งขันธุรกิจในปัจจุบัน ทั่วโลกต่างให้การยอมรับมาตรฐาน ISO ย่อมาจาก International Organization for Standardization คือ องค์การมาตรฐานสากล หรือองค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐาน เป็นองค์กรที่ออกมาตรฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ และอุตสาหกรรม ส่วนมาตรฐานที่องค์กรนี้ออกมาก็ใช้ชื่อนำหน้าว่า ISO เช่น ISO 9000 เป็นมาตรฐานด้านระบบบริหารคุณภาพและบริการ และ ISO 14000 เป็นมาตรฐานที่ว่าด้วยระบบบริหารสิ่งแวดล้อม
