News
"ลาซาด้า" ผนึก "อาลีบาบา" พลิกโฉมอีคอมเมิร์ซไทย
หลังจาก "อาลีบาบา กรุ๊ป" ยักษ์ใหญ่จากแดนมังกร ประกาศซื้อ "ลาซาด้า" ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ตช็อปปิ้งออนไลน์ใน 6 ประเทศอาเซียน ตั้งแต่ เม.ย.ที่ผ่านมา "อเล็กแซนดรอ บิสชินี" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ลาซาด้า ประเทศไทย จำกัด ประกาศอย่างชัดเจนตั้งแต่ช่วงแรก ๆ ว่า การได้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของอาลีบาบากรุ๊ปทำให้ลาซาด้า ได้มีพันธมิตรทางกลยุทธ์และการเงินที่แข็งแรง เป็นเครื่องการันตีว่าจะสามารถให้บริการลูกค้าได้ดีกว่าผู้ให้บริการรายอื่น
4 เดือนผ่านไป เริ่มได้เห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้น กับการประกาศนโยบายที่จะผลักดันให้คู่ค้าบนลาซาด้า ได้มีโอกาสที่จะไปทำตลาดผ่านช่องทางของลาซาด้าใน 6 ประเทศ ได้แก่ ไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ โดยอาศัยศักยภาพของแพลตฟอร์มและโซลูชั่น "Cross Border" การรับ-ส่งสินค้าข้ามแดนที่ลาซาด้าเริ่มดำเนินการอยู่แล้ว และจะดีลกับผู้ให้บริการโลจิสติกส์รายใหญ่ในตลาดอย่างไปรษณีย์ไทย และ Kerry Express รวมถึงโลจิสติกส์รายใหญ่ในอินโดนีเซียด้วย โดยตั้งเป้าจะนำร่องให้ผู้ค้าในไทยได้เริ่มใช้บริการตั้งแต่กลางปี 2560 และเปิดบริการเต็มตัวในปลายปีเดียวกัน
"โปรเจ็กต์นี้ต้องการผลักดันให้ช่องทางของลาซาด้าใน 6 ประเทศกลายเป็นตลาดเดียวกันแบบซิงเกิลมาร์เก็ต ทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งในโครงการใหญ่ที่อาลีบาบา จะผลักดันให้เกิดการค้าแบบ B2C ระหว่างไทย-จีนได้ โดยจะมีการนำเทคโนโลยีระดับโลก และมาร์เก็ตเพลสภายใต้อาลีบาบากรุ๊ปมาใช้ เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าได้ดีขึ้น เนื่องจาก B2C อีคอมเมิร์ซเป็นหนึ่งในตลาดที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว และถูกวางเป็นหนึ่งในตลาดโฟกัสของอาลีบาบาด้วย" แต่ในส่วนของค่าธรรมเนียมการค้าขายข้ามประเทศ กำลังวางโมเดลอยู่ ทั้งค่าธรรมเนียมในการขาย การชำระเงิน และค่าขนส่งสินค้า
"จากนี้ตลาดในอาเซียนจะกลายเป็นซิงเกิลมาร์เก็ต เชื่อมโยงระหว่างกันได้หมด ซึ่งน่าจะเห็นภาพนี้ได้สมบูรณ์ไม่เกิน 2-3 ปีจากนี้ และจะทำให้ตลาดอีคอมเมิร์ซจากนี้เปลี่ยนไป มากกว่าเมื่อ 2-3 ปีก่อนที่ลาซาด้าเพิ่งเข้ามาทำตลาด ที่แทบไม่มีสินค้าระดับแบรนด์เข้ามาขายออนไลน์ แทบจะต้องขอร้องให้ช่วยเข้ามาขาย แต่ปัจจุบันการขายสินค้าออนไลน์กลายเป็นสิ่งที่ต้องทำ ทั้งในระดับ SMEs และแบรนด์ใหญ่ ทุกคนมุ่งมาทางนี้หมด และพยายามสร้างประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้า ทั้งการขนส่ง การชำระค่าสินค้า การบริหารคลังสินค้า เป็นสิ่งที่ผู้ค้าออนไลน์ต้องเร่งปรับตัว พร้อม ๆ กับการศึกษาเรื่อง Cross Border ที่มีความซับซ้อน เพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของตลาด"
เตรียมพร้อมคู่ค้า - ลาซาด้าจัดอบรมผู้ค้าออนไลน์สมาชิกแพลตฟอร์ม หวังเสริมศักยภาพและเตรียมความพร้อมสำหรับบริการใหม่ๆ ที่จะทยอยเปิดตัว โดยเฉพาะรวมลาซาด้าอาเซียนให้เป็นซิงเกิลมาร์เก็ต และนอกจากโครงการ Cross Border แล้ว "อาลีเพย์" ยังจะเข้ามาเทกโอเวอร์ในส่วนของอีเพย์เมนต์ "ฮัลโหลเพย์" ที่ลาซาด้าได้เปิดบริการแล้วในหลายประเทศ และเตรียมจะเปิดบริการในไทยด้วย แต่รูปแบบยังต้องรอความชัดเจนอีกระยะ
สำหรับตลาดอีคอมเมิร์ซในไทยยังมีแนวโน้มการเติบโตสูงมาก ทั้งจากการส่งเสริมของภาครัฐตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่เพิ่มสูงขึ้น โดยคาดว่าในปี 2563 มูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซในไทยจะอยู่ที่ 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นถึง 3.5 เท่า จากปี 2558ที่มีมูลค่าราว 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่ตลาดอีคอมเมิร์ซในอาเซียนคาดว่าจะเติบโตขึ้นประมาณ 4 เท่า จาก 5,000 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2558 เป็นเกือบ 25,000 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2563 ส่วนสินค้าที่ขายดีในโลกออนไลน์ ยังเป็นกลุ่มแฟชั่นและเครื่องสำอาง แต่ที่มีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้นมากคือสินค้าที่เกี่ยวกับรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ และสัตว์เลี้ยง
ที่มา: ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 20 กันยายน 2559
http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1474274988